ข่าว,ไอที,สาระ,การศึกษา,ความรู้,etc.

ทันสมัย! สรรพากร ผุดแอพฯ ยื่นแบบชำระภาษี ผ่านมือถือ ชี้สะดวก รวดเร็ว เข้าใจง่าย และมีความปลอดภัยสูง พร้อมเตรียมปรับปรุงระบบไอทีเชื่อมโยงใบกำกับภาษี หวังคนยุคใหม่หันมาใช้บริการ แทนการยื่นภาษีแบบปกติ และแบบอินเทอร์เน็ต

วานนี้ (28 กุมภาพันธ์)  นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ประมาณกลางเดือนมีนาคมนี้ ทางกรมสรรพากรจะเปิดตัวการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน หลังจากที่ทดลองระบบมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมั่นใจว่าการบริการในรูปแบบดังกล่าวนั้น รวดเร็ว เข้าใจง่าย และมีความปลอดภัยสูงเท่าเทียมกับการทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารพาณิชย์ผ่านโทรศัพท์มือถือทั้งนี้ ทางกรมสรรพากร เชื่อว่า จะเป็นการอำนวยความสะดวกและเป็นตัวที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ชำระภาษีหันมายื่นในรูปแบบมือถือกันมากขึ้น ซึ่งอาจจะมากกว่าในรูปแบบอินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำ

สำหรับการยื่นแบบชำระภาษีทางมือถือนั้น นายสาธิต กล่าวว่า เริ่มมีการพัฒนามาตั้งแต่กลางปีก่อน และก็รอให้ระบบสมบูรณ์ใช้ได้จริงจึงนำมาใช้ ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวช้า แต่ก็ยังมีเวลาให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทดลองใช้ระบบอีกประมาณเดือนครึ่ง ซึ่งถือว่าก็เป็นก้าวแรกที่ดี และเป็นการทดลองระบบไปในตัว อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าก็จะพัฒนาแอพฯ ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น หรือมีรูปประกอบที่ดูน่าสนใจกว่านี้ ซึ่งอนาคตมองว่า แอพฯ ดังกล่าว จะมาแทนที่การยื่นแบบชำระภาษีปกติ หรือทางอินเทอร์เน็ต เพราะปัจจุบันผู้เสียภาษีส่วนมากก็นิยมใช้สมาร์ทโฟนกันหมดแล้ว

อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการยื่นแบบชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตมากกว่าปีก่อน และเชื่อว่าในปีนี้จะมีผู้ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตไม่ต่ำกว่า 7.5 ล้านคน จากจำนวนผู้เสียภาษีทั้งหมด 10 ล้านคน ซึ่งต้นปีนี้ ทางกรมมีปัญหาในการพิมพ์แบบ ภ.ง.ด. ส่งให้ตามบ้านได้อย่างล่าช้า เพราะมีการปรับแบบใหม่ให้สิทธิภรรยาและสามีสามารถแยกยื่นได้ทั้งหมด หรือแยกยื่นบางส่วน ซึ่งขณะนี้แบบดังกล่าวจัดทำและจัดส่งไปตามบ้านเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ทางกรมสรรพากรกำลังเร่งพัฒนาระบบไอทีในการเชื่องโยงใบกำกับภาษีทั้งระบบ โดยจะใช้เงินลงทุนจำนวน 1 พันล้านบาท จากจำนวน 2 พันล้านบาท ที่ได้รับอนุมัติให้กู้มาใช้ในโครงการดังกล่าว ซึ่งจะทำให้กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบใบกำกับภาษีได้ตั้งแต่ต้นทางไปยันปลายทาง และเชื่อว่าจะทำให้เม็ดเงินภาษีคืนมาอย่างต่ำ 1 แสนล้านบาท และหากระบบเสร็จสมบูรณ์ ก็น่าจะได้เงินเข้ามาไม่น้อยกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ส่วนระบบไอทีดังกล่าว คาดว่าอีก 1 ปีคงจะเปิดใช้บริการได้ ส่วนงบประมาณที่เหลืออีก 1 พันล้านบาทนั้น จะนำมาพัฒนาระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ออกบัตรสะสมแต้มหากมีการชำระรายการสินค้าและบริการด้วยเงินสด และสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: