ข่าว,ไอที,สาระ,การศึกษา,ความรู้,etc.

Leap Motion Controller คืออุปกรณ์จาก Leap Motion สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ นิ้วมือ และเครื่องมือที่มีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก (อย่างเช่นปากกาหรือพู่กัน) โดยสามารถตรวจจับได้ด้วยอัตราการส่งข้อมูลที่สูง (สูงสุดถึง 120 fps) และมีความแม่นยำสูง ในระดับ 0.01 มิลลิเมตร (หน่วยที่ใช้ในข้อมูลจะเป็นมิลลิเมตร)

ถ้านึกภาพไม่ออก อุปกรณ์ตัวนี้จะมีลักษณะการตรวจจับคล้ายๆ กับ Kinect ของ Microsoft คือใช้อินฟราเรดในการตรวจจับ ซึ่งก็หมายความว่าถ้าหากนำไปใช้ในที่ๆ มีแสงจ้า ก็อาจจะไม่สามารถทำงานได้เลย

วิดีโอสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักเจ้าตัวนี้ครับ

รูปทรงและลักษณะ

leap_front

ตัวอุปกรณ์มีลักษณะค่อนข้างเล็ก ขนาดประมาณยางลบก้อนใหญ่ 1 ก้อน น้ำหนักเบา

leap_led

ด้านบนเป็นกระจกสีดำ ใต้กระจกมีหลอด LED แสงอินฟราเรดจำนวน 3 หลอด และมีเซนเซอร์รับแสงอีก 2 ตัว ด้านข้างทำจากอลูมิเนียม มีช่องเสียบ USB 3.0 (ซึ่งสามารถใช้สาย microUSB เพื่อเชื่อมต่อแบบ USB 2.0 ได้ตามปกติ) และช่องไฟ LED สีเขียวเพื่อแสดงสถานะ ด้านใต้เป็นยางกันลื่นครับ

leap_usb

ความสามารถของ Leap Motion Controller

ตัวอุปกรณ์จะจำตำแหน่งของวัตถุต่างๆ โดยอ้างอิงกับแกน X, Y, และ Z โดยมีจุด origin อยู่ที่กลางผิวกระจกของตัวอุปกรณ์ ซึ่งแกน X แทนแกนขนานกับแนวยาว แกน Y แทนแกนความสูง และแกน Z เป็นแกนแนวขวางที่พุ่งออกจากหน้าจอ

Leap_Axes

โดยปกติแล้ว ค่าที่เราสามารถดึงออกมาจากตัวอุปกรณ์นั้นจะอยู่ในรูปแบบของเวกเตอร์และตำแหน่งเสียส่วนใหญ่

การตรวจจับวัตถุ

อย่างที่กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่าตัวอุปกรณ์นั้นสามารถตรวจจับมือ นิ้วมือ และเครื่องมือได้ โดยการตรวจจับวัตถุแต่ละชนิดก็จะให้ข้อมูลที่ต่างกัน

  • มือ เมื่อตัวอุปกรณ์ตรวจจับมือได้ จะส่งค่าแสดงตำแหน่ง ทิศทางของมือ และความเร็วของมือ

Leap_Palm_Vectors leap_vir_hand

  • นิ้วมือและเครื่องมือ เมื่อตัวอุปกรณ์ตรวจจับนิ้วมือและเครื่องมือได้จะส่งค่าตำแหน่งของปลายนิ้วมือหรือเครื่องมือ ทิศทาง ความเร็ว รวมไปถึงความยาวและความกว้างโดยเฉลี่ยของวัตถุด้วย

Leap_Tool Leap_Finger_Model

leap_vir_pointer

การตรวจจับท่าทาง (gesture)

ตัว SDK นั้นมี API ที่ทำให้สามารถดึงเอาลักษณะท่าทาง (gesture) ต่างๆ ออกมาใช้งานได้จำนวนหนึ่งโดยที่นักพัฒนาไม่ต้องลงทุนเขียนขึ้นเอง (ซึ่งคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต) โดยท่าทางที่สามารถนำมาใช้ได้มีอยู่ 3 ลักษณะหลักๆ

  • วงกลม (circle) คือการวาดนิ้วหรือเครื่องมือในลักษณะวงกลม โดยตัวอุปกรณ์สามารถตรวจจับตำแหน่ง ทิศทาง และขนาดของวงกลมที่เกิดขึ้นได้

Leap_Gesture_Circle leap_vir_circle

  • การปัด (swipe) คือการปัดนิ้วหรือเครื่องมืออย่างรวดเร็วในลักษณะเป็นเส้นตรง ซึ่งตัวอุปกรณ์สามารถตรวจจับตำแหน่งและทิศทางได้

Leap_Gesture_Swipe leap_vir_swipe

  • การแตะ (tap) คือการใช้นิ้วหรือเครื่องมือเคลื่อนที่ลงแล้วขึ้นอย่างรวดเร็ว ลักษณะคล้ายกับการแตะจอสัมผัสที่ลอยอยู่บนอากาศนั่นเอง ตัวอุปกรณ์จะสามารถตรวจจับตำแหน่งของการแตะได้

Leap_Gesture_Tap leap_vir_tap

SDK – ชุดสำหรับพัฒนาแอพพลิเคชัน

สำหรับผู้ที่มี Leap Motion Controller อยู่ในครอบครองแล้ว สามารถสร้าง Developer ID แล้วเข้าไปดาวน์โหลดชุด SDK มาใช้งานได้ทันทีครับ ซึ่งในชุด SDK นั้นจะมีทั้งตัวอย่างแอพพลิเคชัน ไดรเวอร์ และไลบรารีให้เรียกใช้สำหรับหลายภาษา ไม่ว่าจะเป็น C++, C#, Objective-C, Python, Unity, Java หรือ JavaScript ได้ (ใช่ครับ มันรันในเบราว์เซอร์ได้ แต่เบราว์เซอร์นั้นจะต้องลงไลบรารีนิดหน่อย ซึ่งเมื่อเปิดไฟล์ตัวอย่างครั้งแรก ระบบจะแจ้งลิงก์สำหรับดาวน์โหลดให้อัตโนมัติ) ซึ่งสำหรับเรื่องการเขียนโค้ดนั้น ผมจะขอข้ามไปครับ

ข้อจำกัดของอุปกรณ์

ถึงแม้ว่ามันจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายอย่าง แต่มันก็มีข้อจำกัดเช่นกัน

  • ระยะที่จำกัด แน่นอนว่าตัวอุปกรณ์นั้นมีระยะที่จะตรวจจับที่จำกัด โดยระยะตามที่ทาง Leap Motion บอกเอาไว้ใน SDK คือ 600 มิลลิเมตร มีลักษณะเป็นรูปทรงกรวยชี้ลง ทำมุมกับพื้น 45 องศาจากพื้น แต่เท่าที่ผมได้ลองกับแสงที่ความเข้มต่างๆ กัน พบว่าระยะไกลสุดที่ทำได้ในที่แสงน้อยนั้นได้ราว 500 มิลลิเมตร และแสงมีผลกระทบต่อการตรวจจับพอสมควร ยิ่งแสงภายนอกแรง (โดยเฉพาะแสงอินฟราเรด) ก็จะยิ่งทำให้ความแม่นยำและระยะที่สามารถตรวจจับได้นั้นลดลง หากแสงส่องเข้าโดยตรงไปที่เซนเซอร์แล้ว อาจจะทำให้ไม่สามารถทำงานเลยก็ได้ ระยะของมือหรือเครื่องมือที่อยู่ใกล้ตัวอุปกรณ์มากเกินกว่าระยะ 10 มิลลิเมตร ก็ไม่สามารถตรวจจับได้เช่นเดียวกันครับ
  • ลักษณะของวัตถุ เนื่องจากว่าตัว Leap Motion Controller นั้นใช้แสงอินฟราเรดในการตรวจจับวัตถุ ดังนั้นมันจะไม่สามารถตรวจจับวัตถุที่อยู่ซ้อนกันได้ ซึ่งจะเห็นเป็นวัตถุชิ้นเดียวที่ใหญ่ที่สุด นอกจากนั้นวัตถุที่อยู่ใกล้กันมากเกินไป ก็จะถูกตีความเป็นวัตถุเพียงชิ้นเดียวเช่นกัน ข้อจำกัดของวัตถุข้อต่อมาคือ อีกหนึ่งข้อจำกัดของวัตถุคือ แนวของวัตถุ ถ้าเราชี้นิ้วไปด้านข้างให้ขนานกับตัวอุปกรณ์ ตัวอุปกรณ์จะไม่สามารถตรวจจับได้ กรณีนี้ผมคาดว่าเป็นเพราะนิ้วที่อยู่ในแนวเดียวกันกับเซนเซอร์

สรุป – ความเป็นไปได้ของอุปกรณ์คงขึ้นอยู่กับนักพัฒนา

ผมมองว่า Leap Motion Controller มีความเป็นไปได้ที่หลากหลายในการนำมาประยุกต์ให้เข้ากับการใช้งานคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน แม้ว่าในความคิดเห็นของผม ส่วนใหญ่อาจจะเป็นการเล่นเกมเสียมากกว่า แต่ด้วยศักยภาพที่เรียกได้ว่าน่าทึ่ง เช่นการแยกแยะวัตถุที่เป็นเครื่องมือออกจากนิ้วมือปกติได้ อาจจะนำไปใช้ในด้านการออกแบบ หรือการทำโมเดลต่างๆ ได้ หรือหากอุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถทำให้มีความแม่นยำที่สูงขึ้น เราอาจเห็นการนำไปใช้กับจอธรรมดาๆ แล้วพัฒนาให้เป็นจอที่รองรับการสัมผัสได้ในอนาคต ด้วยราคาที่ไม่แพงมาก ผมว่ามันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้ที่ต้องการความแปลกใหม่ของการสั่งงานคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว เพียงแต่อาจจะต้องรอแอพพลิเคชันที่เป็นรูปเป็นร่างมากกว่าในปัจจุบัน

สำหรับนักพัฒนาในตอนนี้ สามารถสั่ง Leap Motion Controller จากเว็บไซต์ของ Leap Motion ได้ในราคา $79.99 (รวมภาษีและค่าจัดส่งมาที่ไทยแล้วอยู่ที่ $100.58 หรือประมาณ 3,000 บาท) โดยทาง Leap Motion แจ้งไว้ว่าจะจัดส่งทั่วโลกในวันที่ 13 พฤษภาคม และจะสามารถหาซื้อจาก BestBuy ได้ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ครับ

leap_back

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: